อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ สำหรับการสร้างห้องน้ำ นั่นก็คือ การเลือกซื้อสุขภัณฑ์ให้เหมาะสมกับห้องน้ำนั่นเองครับ โดยหลายๆชิ้นนั้นไม่น่าเป็นห่วงกันสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็น อ่างอาบน้ำ หรือ การอาบแบบฝักบัว อ่างล้างมือ สุขภัณฑ์เหล่านี้นั้นไม่ค่อยจะยุ่งยากสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกับ ชักโครกแล้ว เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด ที่จะต้องพิจารณาเลือกให้ดีกันสักนิดนึงครับ เพราะว่าแต่ละแบบแต่ละยี่ห้อ มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การทำงานที่ต่างกัน การประหยัดน้ำนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆด้วยล่ะครับ ดังนั้นแล้วพวกเรา Homebuddy จึงไม่รอช้า ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญ เกี่ยวกับเทคนิคการเลือกซื้อชักโครก มาให้เพื่อนๆได้พิจารณาตามกันไปได้เลยครับ ว่าแบบไหนถึงจะดี เหมาะกับห้องน้ำสวยๆของเรา แบบไหนถึงจะคุ้ม โดยจะมีเทคนิคสำคัญอะไรบ้าง? เราไปติดตามกันต่อได้เลยครับ

เทคนิคการเลือกชักโครก เลือกแบบไหนดี?

เทคนิคการเลือกชักโครก-แบบห้องน้ำขนาดเล็ก

Credit:https://pixabay.com

วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกซื้อชักโครกและรุ่นชักโครกต่าง ๆ มาฝากเพื่อนๆกันครับ  หลังจากกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ชักโครกแทนส้วมแบบราบ หรือส้วมนั่งยอง หรือส้วมซึม เพื่อป้องกันข้อเข่าเสื่อม โดยวิธีการเลือกใช้ส้วมแบบใหม่นั้นต้องพิจารณาสิ่งต่างๆดังต่อไปนี้ครับ

1. ความสูงของโถชักโครก

ระดับความสูงของโถชักโครกมีผลต่อความสบายตอนนั่ง มาตรฐานความสูงจากพื้นถึงโถนั่งของชักโครกอยู่ที่ 14-17 นิ้ว ห้องน้ำเด็กแนะนำให้ใช้ความสูง 14 นิ้ว สำหรับห้องน้ำมาตรฐานแนะนำแบบ 17 นิ้ว เพราะถ้าใช้ขนาดที่เล็กกว่านี้อาจเกิดอาการปวดเมื่อยเวลานั่งได้

2. รูปทรง  

ชักโครกในปัจจุบันมีสองแบบ คือ แบบกลมและแบบวงรี ถ้าเน้นความสบายตอนนั่งให้เลือกแบบวงรี แต่ถ้าต้องการประหยัดพื้นที่แบบกลมจะเหมาะกว่า

3. แบบชักโครก 

ชักโครกมี 2 แบบด้วยกันคือ แบบโถชิ้นเดียว ชักโครกแบบนี้จตัวโถกับหม้อเก็บน้ำจะถูกหลอมขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน รูปทรงจะกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนชักโครกแบบสองชิ้น จะมีตัวโถกับหม้อเก็บน้ำแยกชิ้นกัน เวลาติดตั้งต้องติดตั้ง 2 ชิ้น นอกจากนี้แล้วชักโครกทั้ง 2 แบบยังมีข้อดี-ข้อเสียต่างกันดังนี้

– ชักโครกแบบชิ้นเดียว : จะมีรูปทรงสวย ติดตั้งง่ายไม่ต้องประกอบชิ้นส่วน ทำความสะอาดง่ายทั่วถึง น้ำไม่รั่วเมื่อใช้ไปนาน ๆ ระบบชำระทำงานเงียบ ส่วนข้อเสียจะมีราคาสูงกว่าแบบสองชิ้นและเมื่อชำรุด พัง แตก หัก ต้องเปลี่ยนทั้งชิ้น

– ชักโครกแบบ 2 ชิ้น : ข้อดีของโถแบบสองชิ้นคือ มีราคาจะถูกกว่าแบบชิ้นเดียวมาก เวลาชำรุด ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ข้อเสียคือทำความสะอาดยาก มักจะมีคราบหรือสิ่งสกปรก เชื้อโรค ตกค้างอยู่ตามซอกมุมรอยต่อ ระบบชำระทำงานเสียงดัง ติดตั้งหลายขั้นตอนมากกว่าแบบชิ้นเดียว

4. การทำความสะอาด

ถ้าต้องการให้ง่ายต่อการทำความสะอาด แนะนำให้เลือกแบบที่มีผิวสุขภัณฑ์มันวาว เพราะผิวลื่น ๆ ของชักโครกจะทำให้สิ่งสกปรกหลุดออกง่ายตอนชำระล้าง ถ้าเป็นแบบผิวด้านมีโอกาสที่จะเกิดคราบสกปรกตกค้างได้ง่าย

5. ระบบชำระล้าง

ระบบชำระล้างแบ่งออกเป็น 2 แบบเช่นเดียวกันคือ แบบ Washdown น้ำจะแรง ชำระได้สะอาดหมดจด แต่จะมีข้อเสียคือเสียงดัง ส่วนระบบ siphon จะเงียบกว่า คราบตกค้างในคอห่านไม่ค่อยมีให้เห็น

6. การประหยัดน้ำ

แบบดูอัล ฟลัช (Dual Flush) จะประหยัดกว่าแบบซิงเกิล ฟลัช (Single Flush) เพราะจะมีระบบเลือกกดชำระแบบใช้น้ำมากหรือใช้น้ำน้อย แต่ระบบซิงเกิล ฟลัช ก็มีรุ่นแบบที่ใช้น้ำน้อยอยู่เช่นกัน โดยจะมีตั้งแต่ 3–6 ลิตร

การเลือกอุปกรณ์ประจำห้องน้ำมีความสำคัญมากเลยล่ะครับ ดังนั้นควรที่จะเลือก พิจารณาให้ดี ไม่อย่างนั้นแล้วจะมีผลในระยะยาวกับการใช้ห้องน้ำ เพราะการเลือกของดีๆ มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วล่ะครับ อีกทั้งเพิ่มราคาอีกสักหน่อยก็จะทนทานกว่าของราคาถูก ใช้นานใช้คุ้มกว่ามากเลยล่ะครับ สุดท้ายนี้ถ้าหากเพื่อนๆชื่นชอบบทความนี้ อย่าลิืม กดไลค์ กดแชร์ ให้พวกเราด้วยนะครับ ถ้าหากอยากติดตามบทความอื่นๆก็สามารถกดติดตามได้ที่ Fanpage ของพวกเราได้นะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

ถ้าหากใครกำลังมีไอเดียคิดที่จะสร้างห้องน้ำขนาดเล็ก หรือ ปรับปรุงพื้นที่ห้องน้ำที่แคบ สามารถติดตามรายละเอียดทุกขั้นตอน กับ พวกเรา Homebuddy กันได้ที่นี่เลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ข้อที่ควรรู้ก่อนสร้าง ไอเดียแบบห้องน้ำสวยๆต่างๆ หรือแม้จะเป็นวิธีการบำรุงรักษา การทำความสะอาด ซึ่่งน่าสนใจมากๆเลยทีเดียว ไปติดตามกันได้เลยที่ http://homebuddy.in.th/main-idea-create-layout-small-bathroom/

ขอขอบคุณ https://home.kapook.com/view147067.html